สุราษฎร์ธานี (14 กรกฎาคม 2569) – สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ เดินหน้ายกระดับคุณภาพการศึกษาและตอบรับกระแสดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “สื่อสารวัฒนธรรมท้องถิ่น” บูรณาการหลักสูตรวิชาชีพเข้ากับการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ถึง 4 เข้าร่วมฝึกทักษะอย่างคับคั่งรวม 231 คน ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารทีปังกรรัศมีโชติ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เพื่อมุ่งสร้างนักสื่อสารยุคใหม่ที่มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ สืบสาน และส่งต่อมรดกทางภูมิปัญญาของภาคใต้สู่ระดับสากล

การอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นโดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดอัตลักษณ์และคุณค่าอันลึกซึ้งของศาสตร์และศิลป์ถิ่นใต้ โดยเฉพาะ “โนรา” และ “หนังตะลุง” ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นนาฏยลักษณ์และมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ไฮไลต์ของการจัดงานคือการเชื่อมโยงทฤษฎีทางนิเทศศาสตร์เข้ากับการฝึกปฏิบัติการจริง (Action Learning) บูรณาการเข้ากับรายวิชาหลักในหลักสูตรถึง 6 รายวิชา ประกอบด้วย การถ่ายภาพดิจิทัล, การวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันและการสื่อข่าว, การพูดและเทคนิคการนำเสนอเพื่อการสื่อสาร, กลยุทธ์การหลอมรวมสื่อ, บุคลิกภาพเพื่องานนิเทศศาสตร์ และการสื่อสารเพื่อการโน้มน้าวใจ ซึ่งช่วยพัฒนาสมรรถนะของนักศึกษาให้พร้อมตอบโจทย์การเป็นนักนิเทศศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 อย่างรอบด้าน

โครงการนี้ได้รับเกียรติจากคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและศิลปินพื้นบ้านชั้นครูระดับแถวหน้าของภาคใต้จำนวน 4 ท่าน ได้แก่ นายหนังศรีโต ศ.ศรีพัฒน์, นายหนังหนูเพียว ศ.เทพศิลป์, โนราไข่แมน เรืองจรัสศรี และโนราเฟิส ศ.หนูเพียว ไข่แมน มาร่วมถ่ายทอดความเป็นมา เทคนิคการแสดง และแนวทางการปรับประยุกต์ศิลปะการแสดงพื้นบ้านให้เข้ากับแพลตฟอร์มสื่อใหม่ ซึ่งกระตุ้นแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองใหม่ให้แก่นักศึกษาอย่างมาก โดย นางสาวปณิตา อิสิงห์จันทร์ ตัวแทนนักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการ สะท้อนความเห็นว่า การอบรมครั้งนี้ทำให้ได้เรียนรู้เทคนิคจริงจากผู้เชี่ยวชาญ และมองเห็นแนวทางชัดเจนในการนำทักษะนิเทศศาสตร์ไปสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัลเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมใต้สู่สายตาคนรุ่นใหม่และสังคมในวงกว้าง

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทัศนาวดี แก้วสนิท อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ และผู้รับผิดชอบโครงการ เปิดเผยถึงผลสัมฤทธิ์อันน่าภาคภูมิใจว่า “ในฐานะผู้จัดงาน เราพบความเปลี่ยนแปลงที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง จากผลการประเมินพบว่าผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 99.13 มีการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยความพึงพอใจและระดับความเข้าใจหลังเข้าร่วมกิจกรรมดีขึ้นจากระดับปานกลางขึ้นสู่ระดับ ‘มากที่สุด’ (ค่าเฉลี่ย 4.68) ซึ่งสะท้อนว่าเครื่องมือและนวัตกรรมการสื่อสารของคนรุ่นใหม่สามารถต่อลมหายใจให้วัฒนธรรมดั้งเดิมได้อย่างยั่งยืน”

การดำเนินโครงการในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงามและบรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัดทุกมิติ ไม่เพียงแต่นทำให้นักศึกษานิเทศศาสตร์เกิดจิตสำนึกตระหนักรู้และภาคภูมิใจในวัฒนธรรมถิ่น แต่ยังสามารถนำทักษะวิชาชีพและเทคโนโลยีดิจิทัลมาผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อขยายมูลค่าทางวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยให้คณะวิทยาการจัดการสามารถบูรณาการพันธกิจทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมเข้ากับการเรียนการสอนได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดรับกับยุทธศาสตร์การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นสู่ความยั่งยืนตามเป้าหมายของมหาวิทยาลัย

ปิดโหมดสีเทา