เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการประจำคณะวิทยาการจัดการ ร่วมเปิดฉากยกระดับทิศทางสถาบันการศึกษาเพื่อรับมือกระแสความท้าทายรอบด้าน โดย อาจารย์ ดร.สารภี ชนะทัพ รองคณบดีฝ่ายวางแผนและประกันคุณภาพ ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม (รักษาการแทนคณบดี เนื่องจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์เตชธรรม สังข์คร คณบดี ติดภารกิจเดินทางไปแข่งขันกีฬาบุคลากรฯ) ครั้งที่ 5/2569 จัดขึ้น ณ ห้องประชุมปัจจักขภัติ ชั้น 2 และผ่านระบบออนไลน์ (WebEx) ร่วมด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกชั้นนำ ได้แก่ รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์, รศ.(พิเศษ) ดร.กฤษฎา เสกตระกูล และคุณนิสากร จึงเจริญธรรม เพื่อร่วมกำหนดโมเดลกลยุทธ์เชิงรุกและประกาศโครงสร้างการบริหารงานยุคใหม่
การประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นการพลิกโฉมแผนกลยุทธ์ระยะยาว 3-4 ปีข้างหน้า (Strategic Plan) เพื่อรองรับวิกฤตโครงสร้างประชากรและสภาวะยอดผู้สมัครเรียนลดลงในบางสาขาวิชา โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบนโยบายการควบรวมหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานศตวรรษใหม่ พร้อมชูจุดขายสำคัญด้านการพัฒนาหลักสูตรนวัตกรรม “AI for Business” หรือปัญญาประดิษฐ์ประยุกต์ใช้สำหรับธุรกิจเฉพาะด้าน เพื่อสร้างความแตกต่างที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนอย่างตรงจุด ตลอดจนเปิดแผน PR เชิงรุกที่เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้เข้าทดลองเรียนจริง (Sit-in) เพื่อค้นหาตัวตนตั้งแต่ก่อนสมัครเข้าศึกษา
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมรับทราบการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสายงานการบริหารเพื่อเพิ่มความคล่องตัว (Lean Organization) โดยปรับลดตำแหน่งรองคณบดีเหลือ 2 ด้านหลัก ประกอบด้วย ฝ่ายวิชาการ วิจัย และบริการวิชาการ (ดูแลโดย ผศ.ดร.ชลิดา เลื่อมใสสุข) และฝ่ายวางแผนและประกันคุณภาพ (ดูแลโดย ดร.สารภี ชนะทัพ) พร้อมทั้งพิจารณาเห็นชอบความถูกต้องของเอกสารยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ในคณะ 3 ราย เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งและขับเคลื่อนตำแหน่งวิชาการสู่ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์ต่อไป
อาจารย์ ดร.สารภี ชนะทัพ ประธานในที่ประชุม กล่าวว่า “โลกของการศึกษายุคปัจจุบันหมุนเร็วด้วยคลื่นเทคโนโลยี AI และวิกฤตจำนวนนักศึกษาที่ลดลง คณะวิทยาการจัดการจึงไม่สามารถเดินตามแผนปฏิบัติการแบบเดิมได้ แต่เราต้องสร้าง ‘แผนกลยุทธ์พลิกโฉมองค์กร’ ที่เกิดจากการหลอมรวมความคิดระหว่างคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคเอกชน และศิษย์เก่า เพื่อพัฒนาโครงสร้างหลักสูตรที่ล้ำสมัยและตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของระบบเศรษฐกิจระดับภูมิภาค”
การปฏิรูปโครงสร้างนโยบายและทิศทางแผนกลยุทธ์ในครั้งนี้ จะช่วยส่งผลลัพธ์เชิงบวกต่อสถาบันและชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน คณะฯ จะมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นจากการมีหลักสูตรนวัตกรรมดิจิทัลที่เท่าทันสถานการณ์โลก สามารถดึงดูดผู้เรียนศักยภาพสูงด้วยระบบทุนการศึกษาพิเศษ ส่งเสริมการบริหารจัดการต้นทุนและการส่งคืนรายได้ที่คุ้มค่า ตลอดจนสร้างกระบวนการดำเนินงานภายในที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการผลิตบัณฑิตคุณภาพที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างมั่นคง
ข่าว-ภาพ: วรพล เจนวิไลศิลป์






