เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมปัจจักขภัติ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) ได้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่ชุมชน ในการจัดประชุมพิจารณาข้อเสนอโครงการ “ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2569” โดยเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาและสถาบันการเงินระดับประเทศ กิจกรรมนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 17 (Partnerships for the Goals) ที่เน้นการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ

การประชุมในรูปแบบผสมผสาน (Hybrid Meeting) ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย นายณัฐวุฒิ ธรรมตานนท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อยและองค์กรชุมชน ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ พร้อมด้วย นางสุนันฑา แสงสวี ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ภาค 16 และ นายทูล เหาตะวานิช ร่วมกับ ผศ.จุฑารัตน์ ธาราทิศ คณะทำงานฝ่ายบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย

บรรยากาศการนำเสนอเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยนักศึกษาได้โชว์ศักยภาพผ่านทักษะการสื่อสาร 3 รูปแบบหลัก ได้แก่:

  1. การนำเสนอผ่านสื่อวิดีทัศน์ (VTR): เพื่อสะท้อนบริบทและอัตลักษณ์ของชุมชนเป้าหมายได้อย่างเห็นภาพชัดเจน
  2. การนำเสนอด้วยระบบ Digital Presentation: แสดงการวิเคราะห์ปัญหา (Pain Points) และแผนการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถวัดผลได้จริง
  3. การนำเสนอเล่มข้อเสนอโครงการ (Proposal): ที่รวบรวมรายละเอียดงบประมาณและขั้นตอนการดำเนินงานอย่างมืออาชีพ

ในระหว่างการนำเสนอ คณะกรรมการจากธนาคารออมสินได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงรุก (Proactive Feedback) เพื่อให้นักศึกษานำไปปรับปรุงแผนงานให้มีความแหลมคมและตอบโจทย์การทำธุรกิจเพื่อชุมชนในยุคดิจิทัล กระบวนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ SDG 4 (Quality Education) ที่มุ่งสร้างประสบการณ์การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) และ SDG 8 (Decent Work and Economic Growth) ที่สนับสนุนให้นักศึกษาได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

คณะวิทยาการจัดการ มรส. ได้นำข้อสรุปและข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ทั้งหมด ไปปรับใช้ในการพัฒนาแผนดำเนินโครงการให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในพื้นที่จริงอย่างสูงสุด เพื่อให้โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่นเป็นพื้นที่ต้นแบบของการบ่มเพาะ “วิศวกรสังคม” ที่ไม่เพียงแต่มีความรู้ในตำรา แต่ยังมีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Soft Skills) และมีความรับผิดชอบต่อสังคม อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสืบไป